1. ชื่อหลักสูตร
ภาษาไทย รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครองท้องถิ่น
ภาษาอังกฤษ Bachelor of Public Administration in Local Government
2. ชื่อปริญญา
ภาษาไทย รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต (สาขาการปกครองท้องถิ่น)
รป.บ. (การปกครองท้องถิ่น)
ภาษาอังกฤษ Bachelor of Public Administration (Local Government)
B.P.A. (Local Government)
3. หน่วยงานรับผิดชอบ
1. คณะกรรมการอำนวยการกลาง หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครองท้องถิ่น
2. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมในโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กับ สถาบันการศึกษา
4. หลักการและเหตุผล
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ จากเศรษฐกิจการเกษตรมาสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นเหตุให้สังคมไทยเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทมาสู่ความเป็นสังคมเมืองมากยิ่งขึ้น
ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนต้องปรับเปลี่ยนเป็นการดำเนินชีวิตในรูปแบบใหม่อันมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่โดยส่วนรวม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้
ได้ก่อให้เกิดปัญหาในระบบสังคมด้านต่างๆ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
เนื่องจากระบบราชการเป็นกลไกสำคัญในการบริหารประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โอกาสในการที่ประเทศจะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปนั้น
จึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับตัวทั้งในระบบกลไกและเครื่องมือให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งภายในและภายนอกประเทศ
นอกจากนี้องค์ประกอบสำคัญที่สุดประการหนึ่งซึ่งต้องคำนึงถึง ได้แก่ทรัพยากรบุคคลของรัฐผู้มีบทบาทควบคุม ตัดสินใจและดำเนินการผลักดันภารกิจสาธารณะ
ให้เป็นไปในทิศทางที่วางไว้อย่างครอบคลุมทุกภาคส่วน ( Sectors) ทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาไม่ได้มีการตระหนักถึงประเด็นดังกล่าวอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมมากนัก
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ภาครัฐได้มีการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจนนับแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 เป็นต้นมา
ซึ่งมีความสอดคล้องกับนโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ที่เริ่มปรากฏเป็นรูปธรรมนับตั้งแต่ พ.ร.บ. องค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2538 สู่การปฏิรูประบบราชการไทย
อย่างเต็มรูปแบบของรัฐบาลปัจจุบัน ยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้าง ภารกิจ และความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงานอย่างมากมาย อีกทั้งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วย
หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 ได้กำหนดให้ส่วนราชการต้องมีการพัฒนาระบบการบริหารให้ได้มาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับทั้งด้านประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล ด้วยเหตุนี้ภาครัฐจึงมีความจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีศักยภาพและคุณลักษณะที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานตามแนวทางใหม่ดังกล่าว
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ซึ่งกำหนดให้รัฐมีการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นมากขึ้น ประกอบกับพระราชบัญญัติกำหนดแผนและ
ขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้มีการถ่าย
โอนภารกิจด้านต่างๆ ตั้งแต่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน งานส่งเสริมคุณภาพชีวิต การจัดระเบียบชุมชนและสังคม การรักษาความสงบเรียบร้อย การวางแผน การส่งเสริมการลงทุน
พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว การบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จนถึงด้านศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น
รวมภารกิจที่จะถ่ายโอน 254 เรื่อง จาก 50 กรม 11 กระทรวง โดยกำหนดการจัดสรรภาษีและอากร เงินอุดหนุนและรายได้อื่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้
สอดคล้องกับการดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นคิดเป็น
สัดส่วนต่อรายได้รัฐบาลภายในปี พ.ศ. 2544 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และภายในปี พ.ศ. 2549 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 โดยการเพิ่มสัดส่วนอย่างต่อเนื่อง ตามระยะเวลาที่เหมาะสม
และสอดคล้องกับภารกิจที่ถ่ายโอน แนวโน้มดังกล่าวจำเป็นต้องเตรียมบุคลากรท้องถิ่นให้มีความพร้อมที่จะรับภาระงานเพิ่มขึ้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องพัฒนาบุคลากรของท้องถิ่น
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความจำเป็นที่จะพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีความรู้ความสามารถ
ทั้งภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติ รวมทั้งการประยุกต์กับการประกอบสัมมาชีพด้านการบริหารได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์การทำงาน การบริหารด้านโครงสร้าง กระบวนการและการบริหารโครงการ
เทคโนโลยีสำหรับการบริหาร ตลอดจนการพัฒนาพฤติกรรมการทำงาน
จากข้อมูลความจำเป็นดังกล่าวข้างต้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จึงได้จัดทำโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับสถาบันการศึกษา
จำนวน 34 แห่ง จัดการเรียนการสอนหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่นนี้ขึ้นมา เพื่อมุ่งที่จะพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับการบริหารการปกครองท้องถิ่น
ตามนโยบายการกระจายอำนาจซึ่งจะเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาประเทศโดยส่วนรวม
5. ปรัชญาของหลักสูตร
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น เป็นหลักสูตรที่มุ่งสร้าง นักบริหารจัดการงานเชิงบูรณาการ ที่มีความรู้ กระบวนทัศน์
และทักษะในการใช้หลักการบริหารจัดการที่ดีและปฏิบัติงานการปกครองท้องถิ่นที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ปัญหาและความต้องการของท้องถิ่น
6. วัตถุประสงค์
โครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับสถาบันการศึกษา หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ให้มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ ดังนี้
มีความรู้ ความสามารถ และสมรรถนะในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ ที่สนองความต้องการและแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น
มีความสามารถแสวงหาและจัดการความรู้เพื่อพัฒนาสังคมได้เท่าทันสภาวการณ์
มีคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารจัดการตามหลักการการบริหารจัดการที่ดี และดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสม
7. กำหนดการเปิดสอน
จะเปิดดำเนินการเรียนการสอนหลักสูตรนี้ ตั้งแต่ภาคการศึกษาต้นปีการศึกษา 2549 เป็นต้นไป
8. คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา
ต้องเป็นผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานจ้าง และลูกจ้างขององก์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ที่ได้รับการเลือกสรรจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้รับทุนการศึกษา โดยต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย
หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ก.พ. สำหรับคุณสมบัติอื่นๆ
ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ
9. การคัดเลือกผู้เข้าศึกษา
ให้บุคลากรที่ได้รับการเลือกสรรให้รับทุนการศึกษา กรอกใบสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาในหลักสูตรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต
สาขาการปกครองท้องถิ่น ในศูนย์การศึกษาของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ และการคัดเลือกผู้เข้าศึกษาให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ
10. ระบบการศึกษา
เป็นแบบ Block Course System โดยเรียนเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ ครั้งละ 2 วิชา ใช้เวลาเรียนวิชาละ 6 สัปดาห์ (45 ชั่วโมง ) และสัปดาห์ที่ 7 เป็นการสอบ โดยจะเรียนต่อเนื่องกันไป ไม่มีการปิดภาคเรียน
11. ระยะเวลาการศึกษา
ระยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตร 4 ปีการศึกษา หรือ 8 ภาคการศึกษาปกติ
ระยะเวลาที่ให้ศึกษาได้อย่างน้อย 7 ภาคการศึกษาปกติ
ระยะเวลาที่ให้ศึกษาได้อย่างมาก 8 ปีการศึกษา
12. การลงทะเบียนเรียน
ให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ หรือเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารหลักสูตรกำหนด
13. การวัดผลและการสำเร็จการศึกษา
ให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ หรือเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารหลักสูตรกำหนด
|